
การดูดไขมันเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้น ไม่เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมากและต้องการจะลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว คนไข้ที่สมควรจะเข้ารับการผ่าตัดประเภทนี้คือ คนไข้ที่มีสุขภาพดี รูปร่างปานกลาง ชั้นผิวหนังยังมีความยืดหยุ่น และมีไขมันส่วนเกินสะสมเฉพาะที่ เช่น ที่สะโพก บั้นท้าย ต้นขา ท้องแขน หัวเข่า ใต้คาง และหน้าท้อง เป็นต้น วิธีการที่ทาง PAI เลือกใช้เป็นวิธีที่พิจารณาแล้วว่าคนไข้จะเจ็บปวดน้อยแต่เห็นผลชัดเจนที่สุด นั่นคือวิธีการที่เรียกว่า wet technique หลักการของการดูดไขมันวิธีนี้คือ จะมีการฉีดน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของยาชาและยาห้ามเลือดเข้าไปก่อน ซึ่งจะช่วยให้คนไข้มีอาการเลือดออกและรู้สึกเจ็บปวดน้อยระหว่างการผ่าตัด ข้อดีอีกข้อหนึ่งของน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปก่อนคือจะช่วยเพิ่มพื้นที่การกระจายตัวของไขมัน ทำให้ลดความน่าจะเป็นของการฉีกขาดของเส้นเลือดที่กระจายอยู่ทั่ว ผลที่ได้คือคนไข้จะมีอาการบวมช้ำและเลือดออกน้อยหลังผ่าตัด
ศัลยแพทย์จะทำแนวเส้นผ่าตัดยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร ตรงบริเวณที่จะนำไขมันส่วนเกินออก จากนั้นจึงใส่เครื่องมือคล้ายท่อยาวเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังโดยให้ปลายท่ออยู่ในชั้นไขมัน เครื่องมือที่ใส่เข้าไปจะดูดไขมันโดยใช้หลักการสุญญากาศ ศัลยแพทย์จะชักท่อสุญญากาศเข้าออกเพื่อช่วยให้ไขมันกระจายตัว ทำให้การดูดง่ายขึ้น ศัลยแพทย์อาจจะต้องทำแนวเส้นผ่าตัดมากกว่า 1 เส้นเพื่อให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพสูงสุด
คนไข้จะสังเกตเห็นรูปร่างที่ได้สัดส่วนขึ้นอย่างชัดเจนทันทีที่อาการบวมจากการผ่าตัดทุเลาลง
คนไข้อาจจะมีชั้นผิวหนังเป็นคลื่นหลังผ่าตัดถ้าหากว่ามีการดูดไขมันออกในปริมาณที่มากเกินไป ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ สามารถลดลงได้จากความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด
จากวิธีการ wet technique จะทำให้คนไข้พบอาการบวมช้ำน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆบรรเทาลงไปเองภายใน 6 ถึง 8 อาทิตย์หลังผ่าตัด
คนไข้ควรจะสวมปลอกผ้าเพื่อรัดและพยุงชั้นผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันต่อไปอีกประมาณ 2 ถึง 3 เดือน
โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของ เชียงใหม่ศัลยกรรมความงามคลินิก เพื่อสอบถามราคาและกรอกแบบฟอร์มขอเข้าปรึกษาหรือรับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายกับศัลยแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาก่อน
Email : info@chiangmai-plasticsurgery.com
Email : chiangmaiplasticsurgery@hotmail.com